Health

  • รู้จักระบบ ECS ที่ทำให้ ตอบสนองต่อกัญชาต่างกัน
    รู้จักระบบ ECS ที่ทำให้ ตอบสนองต่อกัญชาต่างกัน

    บางคนใช้กัญชา แล้วรู้สึกดี แต่กับบางคน ทำไมรู้สึกแย่?

    เคยสงสัยมั้ย? ว่าทำไมคนที่ใช้กัญชาบางคนกับรู้สึกดี แต่บางคนกับรู้สึกแย่และเข็ดขยาดไปเลย หลังจากได้ลองใช้มันในครั้งแรก เพราะเหตุใดกัน ร่างกายของคนเรา จึงตอบสนอง ต่อการใช้กัญชาที่แตกต่างกันออกไป นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเอาไว้ว่า

    “กัญชาเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมาก” โดยที่มาของคำกลาวนี้ ทางวงการแพทย์ เรียกว่า ‘ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoid System: ECS)’ หรือระบบกัญชาในร่างกาย ซึ่งต่อจากนี้ต่อไป เราจะใช้คำว่า ECS แทนคำว่า ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ในบทความข้างล่าง ต่อจากนี้ไป

    กัญชา
    อะไรคือ ECS

    ตั้งต้นกันก่อน สารในกัญชาที่ส่งผลต่อร่างกายของเราถูกเรียกรวมๆ ว่า ‘แคนนาบินอยด์ (Cannabinoid)’ ซึ่งมีมากมายหลายร้อยชนิด แต่ที่คุ้นเคยกันดีคือ THC และ CBD ซึ่งบุคคลที่สำคัญต่อสารทั้งสองตัวคือ ดร.ราฟาเอล เมคูลัม นักเคมีชาวอิสราเอล ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งกัญชาทางแพทย์สมัยใหม่

    โดยหลังจากที่เขาพบสาร CBD ไม่นาน ในปี 1964 เขาและทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนประเทศอิสราเอล ได้สกัดสารจากกัญชาออกมาหลายตัว เพื่อทดลองว่าสารตัวไหนที่ส่งผลต่อจิตประสาท ทีมของเขาได้ทดลองฉีดสารต่างๆ เข้าไปในร่างกายของลิง ก่อนพบว่าสารตัวหนึ่งซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ THC สามารถทำให้ลิงสงบลงได้อย่างน่าประหลาด

    และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ค้นพบสารชนิดอื่นๆ ในกัญชาต่อมา หมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1991 เมื่อ ไมลส์ เฮอร์เคนแฮม และทีมวิจัยได้ค้นลึกเข้าไปในร่างกายมนุษย์และพบว่า ร่างกายของมนุษย์นั้นมี ตัวรับสารแคนนาบินอยด์ (Canabinoid Receptor) หรือเปรียบเป็นเสารับสัญญาณที่คอยตอบสนอง

    เมื่อสารจากกัญชาเข้ามาสู่ในร่างกาย ซึ่งตัวรับสารที่พวกเขาค้นพบคือ CB1 และ CB2 สำหรับ CB1 พบได้ในสมองหลายส่วนทั้ง ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่รับผิดชอบส่วนความจำ, เปลือกสมอง (Cerebral Cortex) ส่วนการรับรู้, ซีรีเบลลัม (Cerebellum) ทำงานร่วมกันของระบบประสาทเพื่อการเคลื่อนไหว, ไฮโพทาลามัส (Hypothalamus)

    ส่วนความต้องการพื้นฐานเช่น ความหิว การสืบพันธุ์, การพักผ่อน หรือ อมิกดาลา (Amygdala) ในส่วนของอารมณ์ ขณะที่ CB2 พบได้ในระบบภูมิคุ้มกัน, ระบบประสาทส่วนปลาย รวมถึงในกระเพาะ,ม้าม,ตับ,หัวใจ,ไต,กระดูก,เส้นเลือด,เซลล์น้ำเหลือง,อวัยวะสืบพันธุ์ และต่อมไร้ท่อต่างๆ .

    หรือสรุปได้ว่าแทบทุกส่วนของร่างกายเรามีกัญชาธรรมชาติซ่อนอยู่

    และการค้นพบตัวรับสัญญาณจากกัญชาในร่างกายนี่เอง ทำให้วงการนักวิจัยสันนิษฐานว่าร่างกายของมนุษย์น่าจะต้องผลิตสารบางตัวที่พบในกัญชาได้เช่นกัน และในอีกไม่กี่ปีต่อมาเป็นเมคูลัมเจ้าเดิมที่ค้นพบสาร 2 ตัวที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้เอง ในชื่อว่า Anandamide และ 2-AG (2-arachidonoylglycerol)

    และในเวลาต่อเป็น เมคูลัมอีกนั่นแหละที่บัญญัติคำศัพท์ว่า ‘Endocannabinoid System’ ขึ้นมาใช้ ซึ่งคำนี้มาจาก endogenous ที่แปลว่าผลิตได้เอง และ cannabibnoid ซึ่งเป็นคำเรียกรวมๆ ของสารในกัญชา

    ECS ทำงานอย่างไร
    อย่างที่อธิบายไปข้างต้นว่า ECS นั้นถูกพบแทบในทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ โดยหน้าที่ของมันคือการรักษาและตรวจเช็กสมดุลของระบบในร่างกายให้ดำเนินไปเป็นปกติ ไม่ว่าในเรื่องของ ความจำ, ความอยากอาหาร, การนอนหลับ, ความเจ็บปวด, ความเครียด, อุณหภูมิและระบบเผาผลาญ, ความกังวล, ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบสืบพันธุ์ และอื่นๆ ในร่างกาย

    และเมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบเหล่านี้เกิดขัดข้อง ECS จะพยายามแก้ไขให้กลับสู่ปกติ ยกตัวอย่างให้ชัดเจนขึ้น เมื่อร่างกายเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ECS นี่เองที่จะมีส่วนตอบสนองให้เราเหงื่อออก หรือเวลาที่เรารู้สึกหิวและได้ยินเสียงท้องร้อง ระบบนี่เองที่มีส่วนตอบสนองออกไปเพื่อให้ร่างกายรู้ว่าต้องการพลังงานเพิ่มเติม

    ขณะเดียวกัน เมื่อร่างกายเรารับสารแคนนาบินอยด์จากกัญชาภายนอกเข้าสู่ร่างกาย ตัวรับสัญญาณหรือ Receptor ในระบบ ECS ซึ่งอยู่ในสมองและร่างกายหลายส่วนนี่เองที่คอยจับและตอบสนองต่อกัญชา โดยเฉพาะสาร THC ซึ่งจับได้กับตัวรับทั้ง CB1 และ CB2 สำหรับผู้ที่พึงใจกับการใช้กัญชา มีสาเหตุเพราะเมื่อสาร THC ในกัญชาเข้าสู่ร่างกายมันจะจับกับตัวรับ

    และส่งผลต่อสมองส่วนที่เรียกว่า นิวเคลียสแอกคัมเบนส์ (Nucleus Accumbens) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้รางวัล, ความพึงใจ รวมถึงการเสพติด และทำให้ผลิตสารความสุข หรือโดพามีนออกมา ตัวรับสัญญาณ CB1 ยังพบได้ในสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวคือ บาซัลแกงกาเรีย (Basal Ganglia) และ ซีรีเบลัม (Cerebellum) ทำให้เมื่อสาร THC เข้าสู่ร่างกายทำให้เรารู้สึก ‘ช้า’ และส่งผลต่อการขับขี่พาหนะเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอจากมหาวิทยาลัยคาร์ลตันชี้ว่า เมื่อร่างกายเรารับสารแคนนาบินอยด์จากภายนอกมากเกินไป มีส่วนทำให้ ECS ในร่างกายผลิตสารแคนนาบินอยด์ด้วยตัวเองน้อยลง และทำให้ระบบประสาทของเราเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดความผันผวนของอารมณ์ หรืออาการซึมเศร้า และเมื่อใช้อย่างยาวนานหนักขึ้นก็มีโอกาสทำให้เกิดโรคจิตเภทอีกด้วย

    ขณะที่ วงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ยังไม่มั่นใจนักต่อความสัมพันธ์ระหว่างสาร CBD และ ECS บ้างเชื่อว่ามันทำให้ฤทธิ์จากสาร THC ที่ส่งผลต่อร่างกายลดลง บ้างเชื่อว่ามันช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบ ECS ในร่างกาย และบ้างเชื่อว่ามันส่งผลกับร่างกายผ่านตัวรับที่ยังไม่ถูกค้นพบ

    ทำไมกัญชาถึงส่งผลต่อร่างกายต่างกัน

    ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากความแตกต่างทางดีเอ็นเอจำนวนมาก ดังนั้น แต่ละคนจึงมีระบบ ECS ในร่างกายที่แตกต่างกัน นพ.ธีระวัฒน์ เคยให้สัมภาษณ์กับ 101world ไว้ถึงอาการเสพติดกัญชา โดยยกข้อสรุปของเวทีประชุมนักวิทยาศาสตร์เรื่องระบบสมองในนิวยอร์ก โดยในที่ประชุมนั้นสรุปได้ว่า

    “เราพบว่าการติดกัญชาไม่ได้เกิดจากกัญชา แต่เกิดขึ้นเพราะคนๆ นั้นมีรหัสพันธุกรรมที่พร้อมจะติด และถ้าหากจะเลิก ทุกคนสามารถเลิกได้ภายใน 20 วัน หลังหยุดไม่มีอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายคนอื่น” คุณหมอยังชี้ไปถึงสาเหตุจากอาการเสพติดกัญชาอีกประการคือ วัฒนธรรมการใช้กัญชาที่ถูกกดทับจากกฎหมาย ทำให้กัญชาหาได้ยาก

    เมื่อมีโอกาสจึงใช้ในปริมาณที่มากเกินไป เช่น สูบรวดเดียวหลายพัฟ (Puff) เพราะกลัวไม่ออกฤทธิ์ จนสุดท้ายทำให้สมองเสพติดความสุขที่เกิดขึ้นจากกัญชาในที่สุด เช่นเดียวกับอาการทางจิต ซึ่ง นพ.ธีระวัฒน์ยกโครงการเก็บข้อมูลทางสมองของสหรัฐฯ ซึ่งพบว่า ความเชื่อว่าอาการทางจิตเกิดจากกัญชา ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด

    แต่เกิดเพราะบางคนมียีนส์บางตัวที่เสี่ยงต่ออาการเหล่านี้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับความเชื่อที่ว่าถ้าสูบกัญชาแต่เด็กเสี่ยงต่อเกิดโรคจิตเภท นั่นก็เป็นเพราะในร่างกายของคนๆ นั้นมีตัวรับสัญญาณกัญชาในสมองมากกว่าคนธรรมดา เช่นเดียวกับสีผิว, เส้นผม, รูปร่าง และโรคประจำตัว เราทุกคนล้วนแตกต่างในทางดีเอ็นเอ แต่ละคนจึงมีการตอบสนองต่อกัญชาที่แตกต่างกัน

    ดังนั้น การอยู่ร่วมกันกัญชาที่ดีที่สุดคือยืนยันในหลักการของสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล หรือพูดบ้านๆ ได้ว่า “อย่าบังคับใครใช้กัญชา” เพราะทุกคนไม่เหมือนกัน

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thematter.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : irish9ball.com

Economy

  • WAX CPU เกิน 100% แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วย Getwaxcpu.com
    WAX CPU เกิน 100% แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วย Getwaxcpu.com

    WAX CPU เกิน 100% นั้นเป็นปัญหาของคนที่เล่นเกมส์ในเชนของ WAX ต้องพบเจอกันทุกคน เราจะมาแนะนำช่องทางที่ง่ายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เล่นเกมในเชน WAX

    WAX CPU เกิน 100% นั้นเป็นเรื่องพื้นฐานของคนที่ใช้งาน Blockchain WAX นั้นจำเป็นต้องเข้าใจ เพราะเมื่อเราทำการส่ง tracsaction ในระบบเครือข่ายของ WAX เรานั้นจำเป็นต้องมีค่าของ WAX CPU ให้เพียงพอต่อการใช้งานโดยการนำ WAX มา Stake หรือฝากเข้าไปในระบบ เพื่อให้ปริมาน CPU เพียงพอต่อการใช้งานของเรา

    WAX เป็นบล็อกเชนที่ผู้คนนิยมใช้ใช้และมีจำนวนธุรกรรมมากที่สุดในโลกโดยเฉพาะ NFT และ GAME FI โดยมีความปลอดภัยและความสะดวกในการสร้าง ซื้อ ขายและแลกเปลี่ยน WAX เป็นเครือข่าย NFT ชั้นนำที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะ “ราชาแห่ง NFT” และประสบความสำเร็จในการแลกเปลี่ยน NFT นับล้านชิ้นจากทุกคนทั่วทุกมุมโลก

    wax cpu

    หลายๆท่านที่ติดตาม เว็บข่าว Blockchain หรือ Cryptocurrency  คงจะทราบว่าบล็อคเชนอื่น ๆ เช่น Binance Smart Chain , Ethereum Mainnet , Solana หรือ Matic จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมหรือที่ทุกท่านเรียกว่าค่าแก๊ซนั่นเอง แต่ WAX จะไม่เป็นเช่นนั้น

    โดยผู้ที่ต้องการใช้บริการหรือต้องการสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากร (Resource) จะต้องถือ WAXP จำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะมีสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากร เช่น CPU หรือ RAM โดยผ่านการฝากประจำ (Staking) เมื่อ WAX มีจำนวนผู้ใช้งานในเครือข่ายมากขึ้นมันจะเพิ่มความขาดแคลนของโทเค็น เนื่องจาก WAXP จะถูกเก็บไว้จนกว่าผู้ใช้จะเรียกคืน โดยโทเค็นที่คุณ Staking นั้นจะเป็นของคุณเสมอเมื่อเรียกคืนโดยปกติจะใช้เวลา 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง

    ปัญหาที่ทุกท่านเจอกันช่วง “CPU แดง” (อัตราการใช้งานเกิน 100%) ทำให้ท่านไม่สามารถทำธุรกรรมต่างๆได้ โดยท่านอาจจะต้องเติม WAXP เพื่อ Stake และบางทีอาจไม่ได้วางแผนเตรียมทุนสำรองเพื่อการนี้และปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพราะเว็บไซต์ของเราจัดทำมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

    wax cpu

    แก้ปัญหา Wax CPU เต็มด้วยวิธีการเช่าเพื่อลดความเสี่ยงความผันผวนของราคา WAX

    ทุกคนที่อยู่ในวงการ Cryptocurrency คงรู้กันดีถึงความผันผวนของราคาว่ามันขึ้นและลงกันแบบโหดมากๆ และการ Stake WAX อาจจะทำให้คุณขาดทุนได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาขาลงของตลาด Cryptocurrency

    และแน่นอนว่าการ Stake CPU ในเครือข่ายของ WAX นั้นเหมือนการบังคับให้ทุกคนต้องถือเหรียญไว้และการถอนก็ใช้เวลาถึง 72 ชั่วโมง เราถึงจะได้รับ WAX เข้ามาในบัญชีของเรา ถ้าในสถานการ์ณความเป็นจริง ราคานั้นอาจจะลดลงไปถึง 50% เลยทีเดียว และนี่คือความน่ากลัว และน่ากังวลในวงการ Cryptocurrency

    วันนี้เราจึงมาแนะนำ Getwaxcpu.com เว็บไซต์ที่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยง ในการถือเหรียญไม่ต้องสนใจเรื่องของราคาเหรียญในขณะนั้น ด้วยค่าเช่าที่ถูกมากๆ เราเลยอยากมาแนะนำให้ทุกคนที่กำลังเล่นเกมส์บนเชน WAX ได้ลองมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านราคาของเจ้าเหรียญ WAXP

    ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการ Stake Wax CPU ด้วยวิธีการเช่านั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณเข้าไปที่ Getwaxcpu.com และเลือกว่าต้องการเช่า Stake กี่วัน จำนวนเท่าไหร่ ทางระบบก็จะคำนวนว่าเราต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ เพียงคลิ๊กเดียว WAX ก็จะถูก Stake ไปยังไอดีของคุณในทันทีด้วยระบบ Smart Contract ที่ถูกพัฒนามาเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ปลอดภัย เนื่องจาก Smart Contract นั้นสามารถตรวจสอบได้

    wax cpu

    โดยหากท่านไม่สะดวกเติม ท่านสามารถใช้บริการเช่าอัตโนมัติกับทางเว็บเราได้ โดยเว็บไซต์ของเรานั่นจะมีฟังก์ชั่นที่สวมารถอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่านได้ ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยระบบ Stake ของเราที่ใช้เป็นแบบ Auto

    ซึ่งท่านสามารถ เลือกกด Stake ตามจำนวน WAX ที่ท่านต้องการได้ โดยจะล็อกอินหรือไม่ล็อกอินก็ได้และยังสามารถ Stake ให้ ID อื่นโดย ใช้ฟังชั่น Stake To Other ID ได้อีกด้วย ท่านใหนมีหลายๆ ID จะทำให้ช่วยประหยัดเวลาได้ดีสุดๆ

    สำหรับหลายๆคนที่กำลังมองหาเว็บเช่า WAX หรือ เว็บ Stake WAX CPU ที่เชื่อใจได้ ปลอดภัยด้วยระบบ Smart Contract สามารถเข้าไปใช้งานได้แล้ววันนี้ Getwaxcpu รวดเร็วทันใจ ปลอดภัย ไร้โกง